top of page

คำว่า “มหาราชา” มีความหมายถึงพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ มีความสามารถและสง่างาม  ผู้ครองนครในประเทศอินเดียในครั้งอดีตมีอิทธิพลอย่างมากทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะและสังคมทั้งในอินเดียเองและยุโรป ทั้งหมดนี้เนื่องมาจากอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของสถาบันกษัตริย์ในครั้งอดีตนั่นเอง.

​

จากบันทึกของอลัน บูเชอรอนในหนังสือ The Master Jeweler ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Times กล่าวไว้ว่า:

"มหาราชาได้เดินทางมาถึงเมือง Boucheron ในปี 1927 โดยมีข้าทาสบริวารตามเสด็จมา 40 คนซึ่งทุกคนล้วนสวมผ้าโพกศรีษะสีชมพู ตามด้วยนักเต้นส่วนพระองค์ 20 คนและที่สำคัญที่สุดคือตะกร้าใบใหญ่ 6 ใบที่บรรจุเพชรจำนวน 7,571 เม็ด มรกต แซฟไฟร์ ทับทิมและมุกรวมกว่า 1,432 เม็ดที่ประเมินค่าความงามไม่ได้."

เรามาดูภาพความยิ่งใหญ่อลังการของมหาราชาอินเดียที่เป็นที่ร่ำลือกันถึงความมั่งคั่งร่ำรวยประดับด้วยเครื่องประดับล้ำค่าประเมินค่าไม่ได้กันค่ะ

​

เราได้พยายามระบุถึงแหล่งที่มาของภาพในหน้าเว็บนี้ทั้งหมดแต่บางภาพก็ไม่สามารถระบุได้ หากคุณผู้อ่านรู้ที่มาของภาพรบกวนแจ้งให้เราทราบด้วยนะคะเพื่อจะได้ใส่ reference ในท้ายบทความ ขอบคุณค่ะ.

กษัตริย์ยาดาวินดรา ซิงห์ กับสร้อยคอพาเทียล่า.

​

สร้อยพาเทียลาเส้นนี้ออกแบบโดยเจ้าของบริษัท Cartier เมื่อปี 1928  เพื่อมอบให้แก่มหาราชา มีลักษณะเป็นสร้อยคอ 5 แถวประดับด้วยเพชรพลอยเม็ดใหญ่จำนวนมาก สร้อยมีน้ำหนักมากถึง 1,000 กะรัต.

​

เพชรเม็ดที่อยู่ตำแหน่งกลางของสร้อยนี้เป็นเพชรจาก De Beers ที่เป็นรูปทรงคูชั่นสีเหลืองอ่อนหนักประมาณ 234.69 กะรัต.

สร้อยคอพาเทียลา

กษัตริย์ยาดาวินดรา ซิงห์ กับสร้อยคอพาเทียล่าของเขา ภาพนี้ถ่ายในปีคศ. 1930s.

ภาพของฌัก การ์ตีเย (Jacques Cartier) เจ้าของบริษัท Cartier กับนักค้าอัญมณีชาวอินเดียในปีคศ. 1911.

ฌัก การ์ตีเย (Jacques Cartier) เจ้าของบริษัท Cartier  เดินทางมาเยือนประเทศอินเดียเป็นครั้งแรกในปีคศ. 1911 และหลังจากนั้นมาเขาก็มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับมหาราชาเซอร์ บูพินเดอร์ ซิงห์จนทราบดีถึงรสนิยมความชอบของกษัตริย์.

​

เป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าฟ้าชายยาดาวินดรา ซิงห์ซึ่งเป็นบุตรชายของมหาราชา เซอร์ บูพินเดอร์ ซิงห์หลงใหลในอัญมณีมีค่าต่างๆ.

ฌัก การ์ตีเย (Jacques Cartier) ได้นำเสนอสร้อยคอเพชรสีสันหลากหลายที่งดงามแพรวพราวนี้กับมหาราชา Nawanagar แต่น่าเสียดายที่มหาราชามีช่วงเวลาชีวิตที่ได้ใส่สร้อยเส้นนี้สั้นนัก.

​

มหาราชา Nawanagar สวรรคตลงในปี 1933 ซึ่งเป็นเวลาเพียง 2 ปีหลังจากที่สร้อยเส้นนี้ได้ถวายให้กับพระองค์.

สร้อยคอของมหาราชา Nawanagar

ภาพวาดร่างของสร้อยที่ฌัก การ์ตีเยได้ทำและถวายให้กับมหาราชา Nawanagar ในปี 1931.

สร้อยคอเพชร Baroda

สร้อยคอเพชร Baroda นี้เป็นของมหาราชา Baroda แห่งประเทศอินเดีย สร้อยประดับไปด้วยเพชรและมรกตที่งดงาม พระองค์ได้สวมสร้อยเส้นนี้ในปี 1860

.

​

กล่าวกันว่าสร้อยเส้นนี้ได้ถูกตัดแบ่งในปี 1940 เพื่อนำอัญมณีมาทำเป็นสร้อยข้อเท้าของพระนางสิตาเทวี มหาราชินี Badora นั่นเอง

จากบันทึกพระคลังสมบัติของมหาราชา Baroda สร้อยคอที่มีเพชรเรียงกัน 3 เม็ดตรงกลางที่เราเห็นในภาพนี้สวมโดยพระนางสิตาเทวี มหาราชินี Badora ในปี 1948

​

ราชวงศ์ Gaekwar แห่งนคร Baroda ได้สั่งทำสร้อยคอเส้นนี้ขึ้นมาจัดโชว์เพชร Star of the South ซึ่งมีสีน้ำตาลอมชมพูขนาด 128.48 กะรัต ส่วนอีกเม็ดมีน้ำหนัก 78.5 กะรัต

ไข่มุกแห่งเมืองอินดอร์

ภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบโดยศิลปินชื่อ Bernard Boutet de Monvel  ในภาพคือกษัตริย์ผู้ครองนครอินดอร์ของอินเดีย วาดไว้ในปี 1933 ขนาดภาพ .

85 x 85 ซม

ออกวางจำหน่ายในปี 2016 ด้วยราคาสูงถึง 2,499,000 ยูโร.

​

เอื้อเฟื้อภาพโดย: Sotheby's.

​

Bernard Boutet de Monvel  ศิลปินผู้วาดรูปนี้ได้วาดภาพของกษัตริย์ผู้ครองเมืองอินดอร์ ประเทศอินเดียซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและยังหนุ่มแน่น รูปร่างกำยำสูงถึง 180 ซม. ทรงฉลองพระองค์ในชุดพื้นบ้านนั่งประทับที่ท้องพระโรงซึ่งมีฉากหลังเป็นสีขาวซีด

กษัตริย์ผู้ครองเมืองอินดอร์ใส่สร้อยคอเพชร 2 เส้นที่มีเพชรเม็ดกลางรูปทรงหยดน้ำหนัก 47 กะรัต

กษัตริย์ Sawai Jai Sing Bahadur ผู้ครองนครอัลวาร์ประสูติในปี 1882 ในภาพนี้พระองค์ฉลองพระองค์กับเครื่องประดับพร้อมเครื่องราชกกุธภัณฑ์

Maharajah Sayaiji-Rao, Gaekwar, Baroda. 1902.

กษัตริย์ Sayaiji แห่งราชวงศ์ Gaekwar ผู้ครองเมือง Baroda

กษัตริย์อินเดียทุกพระองค์มักฉายพระรูปของพระองค์เองกับเครื่องแต่งกายที่แสดงถึงยศพร้อมประดับด้วยเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่พระองค์มีเพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยมั่งคั่งและอำนาจของพระองค์ในยุคนั้นๆ ดังภาพนี้กษัตริย์ Sayaiji ฉลองเครื่องประดับด้วยสร้อยคอเพชรถึง 7 เส้น

ภาพขนาดเล็กที่จัดแสดงที่หอศิลป์นานาชาติที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียรูปนี้เป็นภาพที่แสดงถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของอินเดียกับนานาประเทศ เนื่องจากภาพนี้เป็นภาพของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 กับพระราชินีอเล็กซานดร้าซึ่งฉลองพระองค์ฉายพระรูปร่วมกัน ทำให้นึกถึงกษัตริย์และพระราชินีของอินเดียเพราะฉลองพระองค์มีความคล้ายคลึงกัน

ภาพวาดของกษัตริย์ประทับ ซิงค์ (1764-1803) ในท้องพระโรงซึ่งดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้าชายแห่งเมือง Jaipur ในขณะนั้น (ปี 1778) พระองค์มีพระชนมายุ 14 พรรษา และประมาณ 15 ปีก่อนที่จะวาดรูปนี้พระองค์ได้นิพนธ์บทกวีที่มีชื่อเสียงชื่อ Palace of the Winds บรรยายถึงความงามของพระราชวังเมือง Jaipur

.

ที่พระราชวังของพระองค์มีห้องจัดแสดงศิลปะซึ่งจะมีศิลปินรังสรรค์ผลงานกันอยู่ที่นั่นกว่า 50 คน

bottom of page